ด้วยใจมั่นคงไม่เสื่อมคลาย ด้วยใจซื่อตรงจนชีพมลาย
ด้วยใจภักดีพร้อมพลีกาย ชีพถวายก็ยอม
พร้อมให้หมดใจ จากเธอด้วยใจจริง
~~~
เธอ..ในความหมายของฉัน คือแผ่นดิน
ซึ่งหมายรวม ชาติ พระศาสนา และพระมหากษัตริย์
~~~~
ไม่ว่าคราใด ที่ต้องทรมานและขมขื่น
ไม่ว่าคราใด ที่เจ็บช้ำและจวนจะสิ้นแรง
เมื่อยามนั้นฉัน อยู่ได้ก็เพราะเธอ
~~~~
และก็ "เธอ" คือแผ่นดิน ที่ทำให้จิตใจฉันมั่นคง แน่วแน่ ไม่ย้อท้อ
ฉันจะสู้ และสู้ เพื่อเธอ
แต่วัฒนธรรมไทยดีๆมีเยอะ แต่เยาวชนไทยกลับไปลุ่มหลงอยู่กับวัฒนธรรมต่างชาติ ไม่รู้จักเลือกนำมาใช้แต่พอดี อย่าให้ถึงกับต้องกลืน หรือลืมชาติตนเอง --นี้แหละค่ะคือสิ่งที่ดิฉันใจหายแทนคนไทย
ขอนำความคิดเห็นของตนเองในส่วนนี้มาขยายความว่า...ถ้าคุณหรือใครที่เป็นคนไทย ที่ได้เข้ามาอ่านเจอสิ่งที่ดิฉันเขียนอยู่ ณ ตรงนี้ ขอให้ได้ฉุกคิดสักนิดเถิดค่ะว่า คุณ..โชคดีที่สุดที่ยังมีประเทศที่เป็นเอกราช มีมรดกทางวัฒนธรรมที่มีรากเหง้าของภูมิปัญญา สติปัญหาของบรพชนแฝงอยู่มากมาย ล้วนแล้วแต่เป็นความดีงามทั้งสิ้น
ขอให้ช่วยกันเล็งเห็นถึงคุณค่าของที่มา ..กว่าจะเป็นประเทศไทย และกว่าที่บรรพชนจะกอบกู้เอกราชไว้ให้เรา คุณเกิดมาบนแผ่นนี้ด้วยจิตสำนึกสักนิดว่า คุณเป็น "หนี้บุญคุณต่อแผ่นดิน"
แล้วความรู้สึกที่รักและห่วงแหนมรดกทางวัฒนธรรมของไทยจะเกิดขึ้นเอง เพราะคุณเกิดมาคุณก็สุขสบายแล้ว อย่าคิดว่าตนเกิดมาพร้อมครอบครัวที่อบอุ่น ฐานะมั่นคั่ง แล้วจะคิดถึงแต่ตนได้เพียงเท่านั้น คุณจะต้องสอนลูกสอนหลาน หรือสอนตนเองด้วยว่า ..แล้วกว่าที่ผู้หลักผุ้ใหญ่ในบ้านคุณจะมีความเป็นอยู่สุขสบายนั้น เรามีวีรกรรมของวีรชนมากมายหลายท่าน ที่ต้องเสียสละเลือดเนื้อเป็นราชพลี ให้กับแผ่นดินแห่งนี้ ให้กับอนุชนรุ่นหลังอย่างพวกเราได้อยู่กันอย่างร่มเย็น สุขสบาย
ดิฉันขอย้ำอีกนิดเถิดว่า..สำนึกหนึ่งที่เรียกความรู้สึกเจ็บปวดสำหรับดิฉันคือ คำสอนที่ว่า " ฤ หยาดเลือดคราบน้ำตาของเหล่าบรรพชน ไม่เหลือให้เห็นเสียแล้ว เราถึงไม่ตระหนักถึงความสูญเสีย บนแผ่นดินไทยแห่งนี้ อิฐิหินดินทรายเคยคละคลุง อาบนองไปด้วยหยาดเลือดและ คราบน้ำตา "
คุณหรือใครที่ได้อ่าน ขอให้รู้ว่าคุณโชคดีเหลือเกิน ที่ยังมีแผ่นดินเป็นเอกราช
อย่าให้วันหนึ่งที่คุณหรือใครจะต้องมานั่งน้ำตาตกเสียใจ เพราะไม่หวงแหนความเป็นเอกราชของชาติไว้เอง จะด้วยเหตุผลกลใดก็ตาม
คุณอย่าลืมนะ ว่า --เดี๋ยวนี้เราไม่ต้องประกาศสงครามกันด้วย อาวุธยุทโธปกรณ์ แต่การที่เราเดินไปสู่กระแสทุนนิยม วัตถุนิยมอย่างลืมตัวนั้น ร้ายเสียยิ่งกว่าพม่าเข้าตีเมืองหลายต่อหลายเท่า
ที่ผ่านมา เราจะคงมีให้ได้ศึกษาก็แค่ต้องเสียดินแดน ในกรณี ..ร.ศ.๑๑๒ เป็นพระราชพันธกรณีที่ทำให้องค์สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงทรงเสียพระราชหฤทัยจนทรงพระประชวร และเสด็จสวรรคตในเวลาต่อมา
เราคนไทยยังไม่อาจที่จะลืมได้เลยมิใช่หรือคะ
แต่ถ้าสักวันหนึ่ง คุณจะต้องเสียเอกราช เพราะความลุ่มหลงในลัทธิวัตถุนิยมต่างๆอย่างลืมตัว คุณจะไมได้เสียแค่เพียงบางส่วน แต่คุณจะเสียหมดทั้งประเทศให้กับ..เจ้าของทุนนั้นๆอย่างไม่ทันรู้สึกตัว จะมารู้สึกตัวอีกที คุณก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะเดินถอยหลังกลับเสียแล้ว